Get Adobe Flash player

ค้นหาข้อมูล

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้61
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้833
mod_vvisit_counterเดือนนี้323
mod_vvisit_counterทังหมด4040078

กำลังเข้าชม 2
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

โรคไข้เลือดออก(Dengue hemorrhagic fever)

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากยุงเป็นพาหะของโรค ซึ่งนอกจากเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น

สาเหตุของโรค เกิดจากไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์ การติดเชื้อครั้งแรกมักจะมีอาการไม่รุนแรง แต่ถ้าติดเชื้อครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นเชื้อต่างสายพันธุ์กับครั้งแรก อาการมักจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

การติดต่อ ยุงลาย (Aedes aegypt ) เป็นพาหะที่สำคัญ ยุงตัวเมียจะกัดและดูดเลือดของผู้ป่วยซึ่งมีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะเข้าไปฟักตัวเพิ่มจำนวนในยุง หลังจากนั้นยุงจะมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวตลอดอายุของมัน (ประมาณ 1-2 เดือน) และสามารถถ่ายทอดเชื้อสู่คนที่ถูกยุงกัดได้

อาการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. ระยะไข้ เป็นระยะที่มีไข้สูงเกือบตลอดเวลา เด็กบางคนอาจชัก เนื่องจากไข้สูง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มักมีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขาระยะนี้จะเป็นอยู่ราว 2-7 วัน

2. ระยะช็อค ไข้เริ่มลดลง ผู้ป่วยซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบา เร็ว ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะออกน้อย อาจมีเลือดออกง่าย เช่น มีเลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ ในรายที่รุนแรง จะพบความดันโลหิตต่ำ ช็อค และอาจเสียชีวิตได้ ระยะนี้ใช้เวลา 24-48 ชั่วโมง

3. ระยะพักฟื้น อาการเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นและช้าลง ปัสสาวะมากขึ้น อาจมีผื่นแดงและมีจุดเลือดออกเล็กๆ ตามลำตัว

การวินิจฉัย ตรวจเลือดพบเกล็ดเลือดต่ำ เลือดข้นขึ้น และอาจตรวจน้ำเหลืองหรือเพาะเชื้อไวรัสจากเลือด

การรักษา รักษาตามอาการโดยให้ยาลดไข้พาราเซทตามอล ห้ามให้แอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกรุนแรงขึ้น ให้ยาแก้คลื่นไส้และให้ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้ป้องกันภาวะช็อคได้

การป้องกัน

1. ป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยนอนในมุ้งแม้ในเวลากลางวัน

2. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้าน รวมทั้งบริเวณรอบๆ บ้าน

3. ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่ขังน้ำทุก 7 วัน เช่น แจกัน

4. กำจัดภาชนะแตกหักที่ขังน้ำ เช่น ยางรถเก่า กระถาง
5. ปิดฝาโอ่งหรือภาชนะอื่นๆ ให้มิดชิด หรือใส่ทรายเคมี กำจัดลูกน้ำ ในภาชนะที่เก็บน้ำไว้ใช้

6. ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงในจานรองขาตู้กับข้าว

7. เลี้ยงปลากินลูกน้ำในอ่างบัวหรือแหล่งน้ำอื่นๆ

ด้วยความห่วงใยจากคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล

การป้องกันการแพร่พันธุ์ยุงลาย สกัดกั้นภัยร้ายจากโรคไข้เลือดออกได้

ที่มา http://www.tm.mahidol.ac.th/hospital/hospital-dengue-th.php

 

ป้ายโฆษณา

วิธีการเดินทาง

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ข่าวดี!!!!>>>ทุกท่านสามารถติดต่อ-นัดล่วงหน้า และทำบัตรใหม่ ได้ที่ศูนย์ประกันสุขภาพ<<< Mail : klangprofit@gmail.com

Designed by eTDS TechnoSys
Click here to donate
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา